ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก วันที่ 7 ก.ย. 69

วันที่นำเข้าข้อมูล 7 ก.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 7 ก.ย. 2569

| 6 view
ฮ่องกงเดินหน้าขยายสนามบิน เสริมศักยภาพศูนย์กลางการบินและโลจิสติกส์
ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง (Hong Kong International Airport: HKIA) เดินหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ 2 โครงการ ได้แก่ การก่อสร้างทางวิ่งอากาศยานแห่งที่ 3 เพื่อรองรับระบบสามทางวิ่ง (Three Runway System: 3RS) อย่างเต็มรูปแบบ และการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารมากกว่า 120 ล้านคน และสินค้าทางอากาศมากกว่า 10 ล้านตันต่อปี
 
โดยปัจจุบัน HKIA เป็นหนึ่งในท่าอากาศยานสำคัญของภูมิภาค และเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางอากาศที่มีปริมาณการขนส่งสูงที่สุดในโลกต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553 ถึงปี 2567 โดยในปี 2568 สนามบินรองรับผู้โดยสารกว่า 54.9 ล้านคน ปริมาณสินค้ามากกว่า 5 ล้านตัน และเที่ยวบินเข้า-ออกรวม 373,050 เที่ยวบิน จากสายการบินกว่า 120 สายการบิน เชื่อมต่อจุดหมายปลายทางมากกว่า 200 แห่งทั่วโลก รวมถึงกว่า 40 แห่งในจีนแผ่นดินใหญ่ ส่งผลให้ HKIA ได้รับการจัดอันดับเป็นท่าอากาศยานที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก
 
สำหรับโครงการพัฒนาระบบสามทางวิ่งมีการถมทะเลกว่า 650 เฮกตาร์ เพื่อก่อสร้างทางวิ่งแห่งที่ 3 ความยาว 3.8 กิโลเมตร พร้อมปรับปรุงทางวิ่งเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับเที่ยวบิน ขณะที่อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 เปิดให้บริการส่วนแรกแล้วเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 และเตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในระยะต่อไป โดยจะเพิ่มหลุมจอดอากาศยาน 63 หลุม และประตูทางออกขึ้นเครื่องอีก 27 ช่อง
การขยายศักยภาพของ HKIA ดังกล่าว ถือเป็นโอกาสสำหรับภาคธุรกิจไทย ในการใช้ฮ่องกงเป็นจุดเชื่อมต่อด้านการค้า การเดินทาง และการขนส่งระหว่างประเทศ โดยปัจจุบันมีเที่ยวบินเชื่อมโยงกับประเทศไทยมากกว่า 130 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ครอบคลุม 5 จุดหมายปลายทาง ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และสมุย นอกจากนี้ ฮ่องกงยังมีแผนขยายความตกลงด้านการบินกับตลาดเกิดใหม่ในเอเชียกลาง อเมริกาใต้ แอฟริกา และตะวันออกกลาง ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางในการขยายการค้าและการขนส่งไปยังตลาดใหม่ รวมถึงเชื่อมโยงและกระจายสินค้าเข้าสู่เมืองต่าง ๆ ในจีนแผ่นดินใหญ่ได้สะดวกยิ่งขึ้น
___________________________________________________________________________________
 
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ