ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ในวันที่ 6 มี.ค. 69

ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ในวันที่ 6 มี.ค. 69

วันที่นำเข้าข้อมูล 6 มี.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 6 มี.ค. 2569

| 21 view
มาเลเซียวางแผนยกระดับเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2030
 
รัฐบาลมาเลเซียเปิดเผยแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 13MP (13th Malaysia Plan) ปี 2026-2030 ภายใต้ธีม “Reshaping Development” ตั้งเป้ายกระดับเพดานเศรษฐกิจเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2030 ควบคู่ไปกับการยกระดับพื้นฐานคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมตั้งเป้าหมายผลตอบแทนจากการจ้างงาน (share of compensation of employees to GDP) อยู่ที่ร้อยละ 45 ของ GDP ภายในปี 2023
ทั้งนี้ ปัจจุบันรายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI Per Capita) ของชาวมาเลเซียอยู่ที่ 57,070 ริงกิต หรือราว 13,334 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเข้าใกล้เกณฑ์การจัดกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูงของธนาคารโลกซึ่งอยู่ที่ 13,935 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับปี 2568-2569
นอกจากนี้ รัฐบาลมาเลเซียยังตั้งเป้าเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบธรรมาภิบาลที่ดี โดยได้จัดสรรงบประมาณอยู่ที่ 611 พันล้านริงกิต มุ่งเน้นการพัฒนาในภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่
(1) การลงทุนภาครัฐในสาขา High-Growth High-Value หรือ HGHV (การผลิตขั้นสูง เทคโนโลยีดิจิทัล AI และพลังงานหมุนเวียน)
(2) การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยฉพาะที่ Johor-Singapore Special Economic Zone (JS-SEZ) รัฐยะโฮร์ Kulim Hi-Tech Park รัฐเกดะห์ และ Kota Kinabalu Industrial Park รัฐซาบาห์
(3) การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ เช่น โครงการ Perlis Inland Port (PIP) โครงการ East Coast Rail Link (ECRL) และ การขยายท่าเรือกลัง
(4) การยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมุ่งเป็น AI Nation ภายในปี 2030 ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ และการดำเนินงานของรัฐ โดยเมื่อเดือนมีนาคม 2568 รัฐบาลมาเลเซียได้ร่วมมือกับบริษัท Arm Holdings Plc. ในโครงการออกแบบชิป “Made by Malaysia” ภายใน 10 ปีข้างหน้า เพื่อให้มาเลเซียเป็น “reliable source” ส่งออกชิปไปยังตลาดโลก และผลักดันให้มาเลเซียก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก
นอกจากนี้ รัฐบาลมาเลเซียยังได้กำหนดให้ปี 2026 เป็น “Year of Execution” ผ่านแนวทาง “Whole-of-Nation Approach” โดยมุ่งให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายในแผน 13MP และแผนระดับชาติที่สำคัญอื่น ๆ จึงคาดว่าจะเกิดแรงผลักดันให้เกิดกิจกรรมการลงทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2569-2570
__________________________________________
 
ที่มา: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์
 
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch