ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก วันที่ 22 ต.ค. 69
วันที่นำเข้าข้อมูล 22 ต.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 22 ต.ค. 2569
| 69 view
เวียดนามปฏิรูปกฎหมายความปลอดภัยด้านอาหาร ยกระดับนำระบบดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร
กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามเปิดเผยสาระสำคัญของร่างกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยด้านอาหาร โดยมุ่งปรับปรุงกรอบกฎหมายที่ใช้บังคับมาเป็นเวลากว่า 15 ปี ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของภาคการผลิต การค้าอิเล็กทรอนิกส์ และห่วงโซ่อุปทานอาหาร ที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ตลอดจนแก้ไขปัญหาการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบระหว่างกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจนำไปสู่ความซ้ำซ้อนในการกำกับดูแล โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับระบบบริหารจัดการความปลอดภัยด้านอาหารให้มีเอกภาพและมุ่งเน้นการกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่คุณค่าอาหาร
สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว คือ การปรับเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการจากการควบคุมเป็นรายขั้นตอนไปสู่การบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่าอาหารตามระดับความเสี่ยง ตั้งแต่การผลิตขั้นต้นจนถึงการบริโภคมาบัญญัติเป็นกรอบสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่
(1) การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานตามระดับความเสี่ยง
(2) การปฏิรูปกลไกการตรวจสอบตลาด
(3) การนำระบบดิจิทัลมาใช้และการพัฒนาระบบข้อมูลความปลอดภัยด้านอาหารแห่งชาติที่สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
(4) การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการอาหารริมทางและครัวประกอบอาหารรวม
โดยแนวทางดังกล่าวจะช่วยให้การกำกับดูแลมุ่งเน้นทรัพยากรไปยังผลิตภัณฑ์และสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงสูง ขณะที่ลดภาระด้านการตรวจสอบสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ
การปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยด้านอาหารของเวียดนามในครั้งนี้ นอกจากมีวัตถุประสงค์หลักในการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนแล้วนั้น ยังเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจ และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากความปลอดภัยอาหารมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข ผลิตภาพแรงงาน ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และความน่าเชื่อถือของสินค้าในตลาด โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 หน่วยงานสาธารณสุขทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นได้จัดตั้งคณะตรวจสอบกว่า 5,000 คณะ เข้าตรวจสถานประกอบการจำนวน 118,009 แห่ง และพบการกระทำผิดคิดเป็นประมาณร้อยละ 5 ของสถานประกอบการที่ได้รับการตรวจสอบ และมีการดำเนินการกับสถานประกอบการที่กระทำผิด 3,772 แห่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 39 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลตลาดและการตรวจสอบภายหลังวางจำหน่าย และที่สำคัญคือ การปฏิรูปในครั้งนี้ย่อมช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการเจ็บป่วย ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในระยะยาวของเวียดนาม
สำหรับผู้ประกอบการไทย การปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้จะส่งผลต่อกลุ่มผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารทั้งในประเทศและในเวียดนาม โดยเฉพาะผู้ผลิต ผู้แปรรูป ผู้ส่งออก และผู้จำหน่ายอาหาร เนื่องจากการเปลี่ยนไปใช้ระบบตรวจสอบภายหลังวางจำหน่ายและการกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง อาจช่วยลดขั้นตอนการนำสินค้าเข้าสู่ตลาด แต่เพิ่มความสำคัญของการควบคุมคุณภาพ การจัดทำเอกสาร และการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้อาจเผชิญความเสี่ยงจากการถูกระงับจำหน่าย เรียกคืนสินค้า หรือดำเนินมาตรการทางกฎหมาย ซึ่งกระทบต่อต้นทุนและความเชื่อมั่นของคู่ค้า จึงควรติดตามรายละเอียดและกำหนดการมีผลบังคับใช้ของกฎหมายฉบับแก้ไข ตลอดจนตรวจสอบข้อกำหนดเกี่ยวกับการประกาศผลิตภัณฑ์ การขึ้นทะเบียนอาหารกลุ่มเสี่ยงสูง การแสดงข้อมูลสินค้า และการสอบย้อนกลับให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของเวียดนาม ควบคู่กับการยกระดับระบบควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร รวมถึงประเมินความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานในธุรกิจ เพื่อลดความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน
ในขณะเดียวกัน ก็นับเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่มีระบบการผลิตได้มาตรฐานและสามารถแสดงหลักฐานการควบคุมคุณภาพอย่างโปร่งใส เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ที่จะสามารถสร้างความแตกต่างทางการแข่งขันและขยายตลาดสินค้าอาหารในเวียดนาม และรุกตลาดเวียดนามหรือพัฒนาความร่วมมือกับผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายท้องถิ่นได้เช่นกัน
___________________________________________________________________
.
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th
X:
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบTOP
กรมเอเชียตะวันออก
ที่อยู่ : 443 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
เวลาทำการ : จันทร์-ศุกร์ 8:30 - 16:30 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
02 643 5194
02 643 5193