ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก วันที่ 19 มิ.ย. 69

ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก วันที่ 19 มิ.ย. 69

วันที่นำเข้าข้อมูล 19 มิ.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 19 มิ.ย. 2569

| 14 view

เครื่องปรุงรสสไตล์เสฉวนบุกตลาดโลก โอกาสทองของโลจิสติกส์ไทยใน Supply Chain อาหารจีน

ศุลกากรเฉิงตูเปิดเผยว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มณฑลเสฉวนส่งออกเครื่องปรุงรสมูลค่ารวม 160 ล้านหยวน (22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกระจายสู่ตลาด 47 ประเทศและดินแดนทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของสินค้าอาหารรสเสฉวนในเวทีการค้าระหว่างประเทศ

มณฑลเสฉวนถือเป็นฐานการผลิตเครื่องปรุงรสสำคัญของจีน และมีความได้เปรียบจากคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง ทำให้เครื่องปรุงรสภายใต้แบรนด์เสฉวนได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในและนอกประเทศ โดยมีมูลค่าผลผลิตรวมของอุตสาหกรรมเครื่องปรุงรสเสฉวนอยู่ที่ 40,000-60,000 ล้านหยวนต่อปี (5.5–8.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และยังได้รับการสนันสนุนจากภาครัฐหลายมาตรการเพื่อสนับสนุนการส่งออกเครื่องปรุงรส อาทิ ระบบ “ออกใบรับรองผ่านระบบคลาวด์มาใช้ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถขอรับเอกสารรับรองได้โดยไม่ต้องเดินทางมายื่นเรื่องด้วยตนเอง ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานด้านการส่งออกและเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ

สำหรับประเทศไทยนั้น มีบทบาทสำคัญในฐานะ “ประตูการกระจายสินค้าสู่อาเซียน สินค้าเครื่องปรุงรสจากเสฉวนที่มุ่งตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น มีแนวโน้มผ่านท่าเรือแหลมฉบัง หรือผ่านเส้นทางรถไฟจีน-ลาว-ไทย (China-Laos-Thailand Railway) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะสร้างโอกาสให้กับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทยในการรับ transshipment หรือเป็น regional hub สำหรับสินค้าอาหารแปรรูปจากจีนตะวันตกเฉียงใต้โดยตรง อีกทั้งความนิยมของอาหารรสเสฉวนที่แพร่หลายในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยที่คุ้นเคยกับรสเผ็ดจัดจ้านอยู่แล้ว บวกกับกระแส “อาหารจีน” ในยุคโซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้นำเข้าไทย ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสามารถพิจารณาเพิ่มสัดส่วนเครื่องปรุงรสเสฉวนในพอร์ตโฟลิโอสินค้าได้

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเครื่องปรุงรสเสฉวนในตลาดโลก ย่อมมีนัยของการแข่งขันกับเครื่องปรุงรสไทยในตลาดที่สาม โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV (Cambodia/Laos/Myanmar/Vietnam) และฟิลิปปินส์ ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงต้องเร่งสร้างความแตกต่างด้านอัตลักษณ์ (brand differentiation) และพัฒนาช่องทางจำหน่ายเชิงรุกในตลาดเหล่านั้น เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดท่ามกลางคู่แข่งจากจีนที่มาพร้อมกับต้นทุนต่ำและการสนับสนุนเชิงนโยบายที่เข้มแข็ง

___________________________________________________________________

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch