ข่าวน่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ในวันที่ 8 มิ.ย. 69

ข่าวน่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ในวันที่ 8 มิ.ย. 69

วันที่นำเข้าข้อมูล 8 มิ.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 8 มิ.ย. 2569

| 8 view

ผู้นำเวียดนาม-ไทย ร่วมแสดงวิสัยทัศน์งาน Thailand–Vietnam Business Forum 2026
เฉลิมฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมเปิดงาน Thailand–Vietnam Business Forum 2026 เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม และส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ ภายใต้แนวคิด “Growing Together”
ณ โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ


งานดังกล่าวซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับสมาคมมิตรภาพไทย–เวียดนาม และได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรที่ใกล้ชิด
ทั้งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาธุรกิจไทย–เวียดนาม และ หอการค้าไทยในเวียดนาม นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม ที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ ในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์จากมิตรภาพไปสู่หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมเปิดเวทีให้ภาคธุรกิจได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างเครือข่าย และต่อยอดความร่วมมือในสาขาเศรษฐกิจสำคัญของทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

นายโต เลิม กล่าวว่า ในโลกปัจจุบัน ไม่มีประเทศใดสามารถเติบโตได้อย่างโดดเดี่ยว ไทยและเวียดนามจำเป็นต้องเดินไปด้วยกัน เพื่อร่วมกันสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน เวียดนามมีประชากรกว่า 100 ล้านคน และกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะฐานการผลิตและอุตสาหกรรมสำคัญของภูมิภาค ขณะที่ประเทศไทยมีความเชี่ยวชาญในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งยานยนต์ อาหาร พลังงาน การค้า และบริการ รวมถึงมีภาคเอกชนที่เข้มแข็งและมีศักยภาพสูง ดังนั้น ไทยและเวียดนามจึงสามารถผสานจุดแข็งของทั้งสองประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน เชื่อมโยงฐานการผลิต และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตและการส่งออกที่สำคัญของภูมิภาค เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศและอาเซียนโดยรวม

นายกรัฐมนตรีอนุทินฯ ได้เน้นย้ำว่า ปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเวียดนามในอาเซียน ขณะที่เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับสองของไทยในอาเซียน มูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ที่ประมาณ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเป้าหมายระยะสั้นที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในอนาคตเราควรร่วมกันผลักดันให้เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ วันนี้ประเทศไทยมีการลงทุนในเวียดนามเป็นจำนวนมาก จึงอยากเห็นภาคธุรกิจเวียดนามเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้นเช่นกัน เพราะเศรษฐกิจของไทยและเวียดนามมีขนาดใกล้เคียงกัน เราไม่ใช่คู่แข่ง แต่คือคู่ค้าและหุ้นส่วนที่จะเติบโตไปด้วยกัน ที่สำคัญเศรษฐกิจของเราทั้งสองประเทศเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง กว่าครึ่งของสินค้าที่ไทยส่งออกไปเวียดนาม เป็นวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ใช้ในภาคการผลิตเพื่อการส่งออกของเวียดนาม นี่แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของเราไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือการเติบโตร่วมกันผ่านห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน และนี่คือความหมายของคำว่า Strategic Partnership อย่างแท้จริง

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานอาวุโสหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม ระบุว่า การจัดงานงานครั้งนี้เป็นความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการขับเคลื่อนความร่วมมือผ่านแนวคิด “Three Connects” ได้แก่ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจร่วมสมัย การเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ท้องถิ่น และประชาชน และการเชื่อมโยงสู่อนาคตแห่งความยั่งยืน เทคโนโลยี และนวัตกรรมร่วมกัน โดยไฮไลท์สำคัญของการจัดงานครั้งนี้คือการที่ท่านประธานาธิบดีเวียดนามได้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยเข้าพบในลักษณะ One-on-One เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะโดยตรง ซึ่งจะช่วยผลักดันความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของทั้งสองประเทศและพลังของผู้นำภาคธุรกิจไทย–เวียดนาม จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เป้าหมายการค้าระหว่างกัน 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้

กิจกรรมภายในงาน Thailand–Vietnam Business Forum 2026 ประกอบด้วยการหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ในหลายมิติ ทั้งด้านการค้า การลงทุน การเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาโลจิสติกส์ และการยกระดับความร่วมมือในอุตสาหกรรมศักยภาพของทั้งสองประเทศ พร้อมด้วยเวทีเสวนาระดับสูงจากผู้บริหารชั้นนำของภาคธุรกิจ การจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ และพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจทางธุรกิจ หรือ MoU ระหว่างภาคเอกชนไทยและเวียดนาม รวมทั้งสิ้น 16 ฉบับ
ในด้านอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว ด้านพลังงานและเชื้อเพลิง ด้านเทคโนโลยี ด้านธุรกิจโรงแรม และด้านอุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลในทางปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจร่วมกันในภูมิภาคอาเซียน
.
ที่มา: สมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th
Twitter / X: https://x.com/Thai_EAD/status/2063908352472826059?s=20

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ