ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก วันทืี่ 30 พ.ค. 69

ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก วันทืี่ 30 พ.ค. 69

วันที่นำเข้าข้อมูล 30 พ.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 พ.ค. 2569

| 16 view

มณฑลส่านซีใช้เกษตรอัจฉริยะ ยกระดับอุตสาหกรรมดอกไม้เป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวใหม่

อุตสาหกรรมดอกไม้ของมณฑลส่านซีในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งของตกแต่งบ้านเพื่อความสวยงามเท่านั้นอีกต่อไป แต่กำลังยกระดับสู่การเป็นอุตสาหกรรมเศรษฐกิจมูลค่าสูงที่สร้างเม็ดเงินและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ

มณฑลส่านซี หนึ่งใน “ศูนย์กลางเศรษฐกิจและนวัตกรรมของจีนตะวันตก” โดยมีนครซีอานเป็นเมืองเอก ซึ่งไม่เพียงเป็นเมืองประวัติศาสตร์สำคัญของจีน แต่ยังเป็นฐานอุตสาหกรรม เทคโนโลยี การวิจัย และโลจิสติกส์ที่สำคัญของประเทศ เพราะเป็นมณฑลที่มีภูมิประเทศหลากหลาย ทำให้สามารถพัฒนาเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมได้หลายรูปแบบ นอกจากนี้ ส่านซียังเป็นหนึ่งในฐานสำคัญของข้อริเริ่ม Belt and Road Initiative (BRI) และเป็นจุดเริ่มต้นของ “เส้นทางสายไหมโบราณ” ทำให้มีบทบาทสำคัญด้านการค้าระหว่างประเทศและการเชื่อมโยงจีนกับเอเชียกลาง ยุโรป และตะวันออกกลาง

ด้วยเหตุนี้  ทำให้ส่านซีเริ่มดึงดูดการลงทุนด้านเกษตรมูลค่าสูงและเกษตรอัจฉริยะมากขึ้น หนึ่งในตัวอย่างสำคัญ คือ บริษัทในอุตสาหกรรมไม้ดอกไม้ประดับอย่างกลุ่มบริษัท Shaanxi Jitai Urban New Agriculture Co., Ltd. ที่มีธุรกิจในเครือหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจพลังงาน เกษตรเมือง และอุตสาหกรรมสุขภาพ และอีกธุรกิจที่สำคัญคือธุรกิจดอกไม้ ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตดอกหน้าวัวที่ใหญ่ที่สุดของมณฑลส่านซี และมีนวัตกรรมทางการเกษตรที่ทันสมัย รองรับการเพาะปลูกไม้ดอกระดับพรีเมียม

ดอกหน้าวัวตัดดอกระดับพรีเมียม ถูกยกระดับให้กลายเป็นสินค้าแฟชั่นที่ถูกใช้ในงานศิลปะหลายแขนง ทั้งการออกแบบเครื่องแต่งกาย ตกแต่งโรงแรม งานอีเวนต์ ตลอดจนของขวัญระดับพรีเมียม สะท้อนแนวคิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรของจีนยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน โดยคว้าโอกาสจากตลาดดอกหน้าวัวทั่วโลกที่เติบโตมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 และคาดว่าภายในปี 2575 จะมีมูลค่าสูงถึง 490 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงปี 2569-2575 คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ 4.53%

 

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสภาพอากาศเหมาะสมอย่างยิ่งในการเพาะปลูกพืชเขตร้อน โดยเฉพาะไม้ดอกหลายชนิด ซึ่งมีโอกาสอย่างมากที่จะก้าวขึ้นมาเป็นฐานการลงทุน หรือฐานการเพาะปลูกหลักที่สำคัญในตลาด หนึ่งในไม้ดอกส่งออกที่สำคัญของไทยอย่าง “กล้วยไม้” ก็ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างกว้างขวาง สิ่งสำคัญที่ไทยควรพัฒนาศักยภาพ นอกเหนือจากปริมาณผลผลิต ที่ผลิตได้นั้น การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับดอกไม้อย่างการสร้างแบรนด์ การเล่าเรื่อง การสร้างประสบการณ์ที่จะสามารถเชื่อมโยงดอกไม้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคนั้น ก็เป็นสิ่งที่จะทำให้ไทยสามารถเจาะเข้าสู่ตลาดดอกไม้โลกได้มากยิ่งขึ้น

_________________________________________________________________________________

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch