ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก วันที่ 28 พ.ค. 69

ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก วันที่ 28 พ.ค. 69

วันที่นำเข้าข้อมูล 28 พ.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 28 พ.ค. 2569

| 7 view

ศาลเมืองหางโจวตัดสิน บริษัทไม่สามารถไล่พนักงานออกโดยไม่ชอบธรรมเพื่อนำ AI เข้ามาแทนที่ได้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกิดกระแสบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ปลดพนักงานจำนวนมาก เพราะระบบ AI กำลังจะมาแทนที่ อย่างไรก็ตาม ศาลประชาชนระดับกลางเมืองหางโจวได้ตัดสินให้บริษัทแห่งหนึ่งไล่พนักงานออกอย่างไม่เป็นธรรม มีความผิดตามกฎหมาย หลังจากที่พนักงานปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งที่ต่ำลง เนื่องจาก AI จะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งของเขา

พนักงานรายนี้ ซึ่งระบุชื่อเพียงว่า โจว ถูกจ้างในเดือนพฤศจิกายน ปี 2022 ในตำแหน่งหัวหน้างานควบคุมคุณภาพ โจวได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 25,000 หยวน (ประมาณ 3,655 ดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีหน้าที่ในการตรวจสอบผลลัพธ์จากแบบจำลอง AI เพื่อระบุและคัดกรองเนื้อหาที่ผิดกฎหมายและละเมิดลิขสิทธิ์

หลังจากนั้น ตำแหน่งของโจวก็ถูกแทนที่ด้วยระบบ AI บริษัทจึงตัดสินใจลดตำแหน่งเขาลงไปอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าเดิม และลดเงินเดือนเหลือ 15,000 หยวน (ประมาณ 2,193 ดอลลาร์สหรัฐ) โจวปฏิเสธที่จะเปลี่ยนตำแหน่ง จึงทำให้เขาจึงถูกไล่ออก ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกกล่าวโทษว่า เป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างองค์กรและการลดจำนวนพนักงาน เขาได้รับเงินชดเชยจำนวน 311,695 หยวน (ประมาณ 45,650 ดอลลาร์สหรัฐ)

โจวปฏิเสธที่จะรับข้อเสนอและนำเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ ซึ่งตัดสินว่าการเลิกจ้างของเขาไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากนั้น บริษัทผู้ว่าจ้างโจวได้ยื่นฟ้องต่อศาลแขวง โดยแพ้คดี แต่ก็ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลประชาชนระดับกลางเมืองหางโจว ซึ่งศาลก็ตัดสินให้โจวเป็นฝ่ายชนะอีกครั้ง โดยทั้งสองศาลตัดสินว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่ข้ออ้างที่ชอบด้วยกฎหมายในการเลิกจ้างพนักงาน

ศาลให้เหตุผลว่า เหตุผลในการเลิกจ้างที่บริษัทอ้างนั้น ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เชิงลบ เช่น การลดขนาดธุรกิจหรือปัญหาในการดำเนินงาน และไม่ได้ตรงตามเงื่อนไขทางกฎหมายที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินสัญญาจ้างงานต่อไปได้

การตัดสินครั้งนี้ของศาล ได้รับผลตอบรับเชิงบวกอย่างมากในกลุ่มแรงงาน ตลอดจนสื่อของจีน ที่แสดงความยินดีกับคำตัดสินล่าสุด โดยระบุว่าเป็นการส่งสัญญาณที่สร้างความมั่นใจให้กับความพยายามในการปกป้องสิทธิแรงงานในยุคของระบบอัตโนมัติ

_____________________________________________________________________________________________________________

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch