ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก วันที่ 17 ส.ค. 69

วันที่นำเข้าข้อมูล 17 ส.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 17 ส.ค. 2569

| 10 view

ฟิลิปปินส์เร่งผลักดันกฎหมายห้ามเยาวชนใช้โซเชียลมีเดีย หลังเยาวชนก่อเหตุความรุนแรงเพิ่มขึ้น

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์ เร่งผลักดันให้รัฐบาลออกกฎหมายห้ามเยาวชนใช้โซเชียลมีเดีย เนื่องจากเล็งเห็นว่าอัตราการก่อนเหตุความรุนแรงโดยกลุ่มเยาวชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เยาวชนลงมือก่อเหตุคือการได้รับชมเนื้อหาที่มีความรุนแรงผ่านทางออนไลน์ เช่นเดียวกับกรณีที่เกิดเหตุในประเทศไทย

โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า อิทธิพลจากเนื้อหาบนลื่อออนไลน์ที่มีความรุนแรงเป็นปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังเหตุรุนแรงที่มีเยาวชนเป็นผู้ลงมือ นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังมีความเห็นตรงกันว่า เนื้อหาที่มีความรุนแรงที่ปรากฎอยู่บนสื่อออนไลน์นั้นก่อให้เกิดอิทธิพลเชิงลบต่อเยาวชน และเป็นแรงสนับสนุนที่ทำให้เยาวชนตัดสินใจออกมาก่อเหตุ

ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าว ต้องการให้มีการแบนการใช้โซเชียลมีเดียในเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี ขณะที่มีข้อเสนออีกฉบับจากฝั่งวุฒิสภาฟิลิปปินส์ที่ต้องการขยายข้อจำกัดดังกล่าวไปถึงผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีด้วย หากมาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นจริงจะกำหนดให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ต้องนำระบบตรวจสอบอายุและตัวตนมาใช้เพื่อยืนยันตัว รวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจะต้องปิดใช้งานบัญชีของผู้ใช้ที่ไม่ตรงตามข้อกำหนดด้านอายุโดยอัตโนมัติด้วย และหากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของฟิลิปปินส์จะถูกลงโทษด้วยการปรับเงินมูลค่า 50 ล้านเปโซฟิลิปปินส์ หรือประมาณ 27 ล้านบาท หรือโทษที่รุนแรงกว่านั้นคือแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามจะถูกแบนอย่างถาวรในประเทศฟิลิปปินส์

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และสุขภาพจิตเตือนว่า การแบนโซเชียลมีเดียในบางครั้งอาจให้ผลตรงกันข้าม เพราะการปิดกั้นไม่ให้เยาวชนเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์กระแสหลัก อาจผลักดันให้เด็กบางส่วนหันไปใช้เว็บไซต์หรือชุมชนออนไลน์ที่ไม่เป็นที่รู้จัก หรืออาจเรียกได้ว่ามันคือ “เว็บเถื่อน หรือ เว็บใต้ดิน” ซึ่งยากต่อการตรวจสอบและติดตามมากกว่าเดิม ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่าการเพิ่มมาตรการป้องกันบนแพลตฟอร์ม การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต และการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองอาจมีประสิทธิภาพในระยะยาวมากกว่า

ในขณะเดียวกัน นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระบุว่า การได้รับเนื้อหาบนโลกออนไลน์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถอธิบายพฤติกรรมรุนแรงของเยาวชนได้ทั้งหมด เพราะจากการสำรวจเด็กจำนวนมากที่เริ่มมีแนวโน้มใช้ความรุนแรงมักเผชิญปัญหาอยู่แล้วทั้งที่บ้านหรือโรงเรียนโดยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้โซเชียลมีเดีย และยังแนะนำว่า สิ่งที่จำเป็นต้องทำคือการเร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่ให้คำปรึกษาด้านสภาพจิตใจภายในโรงเรียนรวมถึงเพิ่มโอกาสให้เด็กเข้าถึงบริการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตได้มากขึ้น
_____________________________________________________________________________________________________________________
 
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ