สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว จัดงาน Thai Street Vibes ในคอนเซ็ปต์ “อาหารไทย" สู่ "IP Character” ต่อยอดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยในนครกว่างโจว
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว จัดงาน Thai Street Vibes ภายใต้แนวคิด Creative Food, Creative Thailand ระหว่างวันที่ 28-29 มีนาคม 2569 ณ ลานหน้าห้างสรรพสินค้า Teemall ถนนคนเดินปักกิ่ง นครกว่างโจว จุดหมายยอดนิยมทั้งของชาวกว่างโจวและนักท่องเที่ยวจากทั่วจีนและต่างประเทศ พร้อมเชิญศิลปินนักออกแบบคาแรคเตอร์ที่มีชื่อเสียงของไทย 6 ท่าน ได้แก่ Chebbear, Meow On, Tangent, Poriin, Greenie Elfie และ Kaze Studio มาร่วมสร้างสรรค์และนำเสนอผลงานพิเศษที่มีแรงบันดาลใจจากเมนูอาหารไทยที่มีชื่อเสียง เช่น ต้มยำกุ้ง ส้มตำ ผัดไทย ผัดกระเพรา และชาไทย เป็นต้น
ภายในงาน ได้มีการจัดป๊อปอัพสโตร์ “Thai Creative Land” เพื่อแสดงและรวบรวมสินค้าตัวอย่างที่นำ IP Character ของทั้ง 6 ศิลปิน ไปต่อยอดและรังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ โดย Thai Creative Land นี้ ไม่เพียงแต่นำเสนอผลงานแต่ยังตอกย้ำและแสดงถึงศักยภาพของภาคการออกแบบ IP Characters และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ของไทย ที่พร้อมจะร่วมมือเชิงพาณิชย์กับแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาสทางการค้าในระดับสากล ซึ่งศิลปินทั้ง 6 ท่าน ยังได้จับมือกับแบรนด์เครื่องดื่มสมุนไพรที่มีชื่อเสียงของจีน ‘หวังเหล่าจี๋’ (Wanglaoji) สร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ดีไซน์พิเศษ (limited edition) ด้วย
นอกจากนี้ สถานกงสุลใหญ่ฯ ร่วมกับทีมประเทศไทย เชิญ ‘Pagoda’ แฟรนไชส์ร้านจำหน่ายผลไม้คุณภาพสูงที่ใหญ่ที่สุดของจีนตอนใต้มาร่วมออกบูธจำหน่ายผลไม้ไทยสดคุณภาพสูง โดยเฉพาะทุเรียน ราชาผลไม้ของไทยให้ผู้เข้าร่วมงานได้เลือกซื้อ รวมถึงยังสามารถลิ้มลองเครื่องดื่มแบรนด์ไทยที่มีชื่อเสียง และแบรนด์ท้องถิ่นที่เลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพจากประเทศไทยได้อีกด้วย
การจัดงาน “Thai Street Vibes: Creative Food, Creative Thailand” ในปีนี้ นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการ Creative Thailand ซึ่งจัดติดต่อกันมาเป็นปีที่ 5 ในมณฑลกวางตุ้งโดยเป็นโครงการเรือธงของสถานกงสุลใหญ่ฯ ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยกับจีนอย่างรอบด้านเพื่อมุ่งยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยให้แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในเวทีนานาชาติ
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch