ข่าวการดำเนินงานของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ในวันที่ 4 พ.ย. 69

วันที่นำเข้าข้อมูล 30 ต.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 ต.ค. 2569

| 5 view

จีนจัดแข่ง AI ทางการแพทย์ ชูโอกาสความร่วมมือด้านสาธารณสุขในอาเซียน

การแข่งขันปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการตรวจวิเคราะห์ภาพถ่ายทางการแพทย์ระดับชาติ เมื่อวันที่ 22-23 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง
ทางตอนใต้ของจีน โดยมีนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ และบริษัทเทคโนโลยีร่วมทดสอบเครื่องมือ AI ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยแพทย์ตรวจค้นหาโรค
พร้อมทั้งร่วมหารือแนวทางความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การแข่งขันนี้เปิดรับผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเชื่อมโยงงานวิจัยด้าน AI กับการทดสอบทางคลินิกและการต่อยอดใช้จริงในเชิงพาณิชย์
เป็นการจำแนกภาพถ่ายทางการแพทย์ด้วย AI เพื่อระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปี 2569 มีทีมลงทะเบียนร่วมแข่งขันรวมทั้งสิ้น 1,332 ทีม
ซึ่งรวมถึงผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน โดยมีทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศรวม 66 ทีม

การแข่งขันในครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจีน และรัฐบาลเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง โดยมีสำนักงานหลักประกันสุขภาพ
เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 8 สาขา ครอบคลุมการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเครื่องซีทีสแกน
การวิเคราะห์เนื้องอกในสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ตลอดจนการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม

ความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดส่งผลสแกนที่มีความละเอียดสูงและสร้างปริมาณข้อมูลมหาศาลที่รังสีแพทย์ต้องตรวจวิเคราะห์
โดยการตรวจซีทีสแกนทรวงอกที่แต่ก่อนสร้างภาพถ่ายเพียงราว 100 ภาพ ได้เพิ่มจำนวนขึ้นเป็นหลายพันภาพในปัจจุบัน
ทำให้การตรวจพบความผิดปกติขนาดเล็กได้ทันท่วงทีกลายเป็นปัญหาท้าทายสำคัญในวงการแพทย์

ทว่า การตรวจพบความผิดปกติเป็นเพียงปัญหาท้าทายส่วนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากโรงพยาบาลแต่ละแห่งใช้อุปกรณ์และมีขั้นตอนการสแกนภาพที่แตกต่างกัน ส่งผลให้โมเดล AI
ที่เคยทำงานได้อย่างแม่นยำในศูนย์การแพทย์ชั้นนำ อาจไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพได้ดีเท่าที่ควรเมื่อนำไปใช้ในโรงพยาบาลขนาดเล็กกว่า
ซึ่งสามารถสะท้อนถึงภาพรวมในระดับภูมิภาค โดยกลุ่มประเทศอาเซียนมีความหลากหลายทั้งด้านระบบสาธารณสุข ระดับความก้าวหน้าทางดิจิทัล และการเข้าถึงทรัพยากรทางการแพทย์ ดังนั้น สำหรับโรงพยาบาลที่ต้องการนำ AI มาช่วยวินิจฉัยโรค การที่ระบบสามารถทำงานร่วมกับเครื่องมือเดิมและกระบวนการทำงานจริงของแพทย์ได้อย่างราบรื่น
จึงมีความสำคัญไม่แพ้ตัวเลขในห้องทดลอง

เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งมีพรมแดนติดกับเวียดนาม ทำหน้าที่เป็นประตูบานสำคัญในการเชื่อมสัมพันธ์แลกเปลี่ยนระหว่างจีนกับอาเซียนมาโดยตลอด
โดยโครงการความร่วมมือต่าง ๆ อาทิ ศูนย์ความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ จีน-อาเซียน และเขตนำร่องการเปิดสู่ภายนอกด้านการแพทย์นานาชาติฝางเฉิงก่าง (Fangchenggang International Medical Opening-up Pilot Zone) กำลังกลายเป็นอีกแพลตฟอร์มสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้าน AI และสาธารณสุข
สำหรับจีนและอาเซียนแล้ว ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับร่วมกันนั้นขยายวงกว้างเกินกว่าเพียงการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังขาดแคลนรังสีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เครื่องมือ AI ช่วยวินิจฉัยที่มีความแม่นยำสูงจะเข้ามาช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการวินิจฉัยโรคได้อย่างมีนัยสำคัญ

ตามแผนงานที่ประกาศโดยทางการกว่างซี เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงตั้งเป้าที่จะผนึกกำลังกับพันธมิตรในอาเซียน อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือดังกล่าวยังมีมิติลึกซึ้งกว่าเพียงแค่การส่งมอบซอฟต์แวร์ เนื่องจากความแตกต่างของเครื่องมือสร้างภาพถ่าย ขั้นตอนการรักษา ข้อมูลผู้ป่วย กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนข้อบังคับทางกฎหมายของแต่ละประเทศ ด้วยเหตุนี้ กว่างซีจึงได้เปิดตัวแผนปฏิบัติการ 3 ปี เพื่อขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีที่คิดค้นจากการแข่งขันไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์และใช้จริง
ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบความถูกต้องของผลิตภัณฑ์ การพัฒนาอุตสาหกรรม การทดสอบทางคลินิก ไปจนถึงการประสานความร่วมมือกับพันธมิตรในอาเซียน

การแข่งขันในครั้งนี้ฉายให้เห็นภาพอันก้าวไกลของ AI ในการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางการแพทย์ แต่การเปลี่ยนอัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพไปสู่การเป็นเครื่องมือที่น่าเชื่อถือสำหรับโรงพยาบาลในประเทศต่าง ๆ นั้นยังคงต้องอาศัยการทดสอบอย่างต่อเนื่อง ปรับบริบทให้สอดรับกับพื้นที่ และความร่วมมือระหว่างกัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการยกระดับการดูแลรักษาผู้ป่วย

********************************************************************

ที่มา: เพจ ThaiPR.NET https://www.thaipr.net/general/3772805

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ 
Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th 
Twitter X: https://x.com/Thai_EAD